รวมสถานที่ท่องเที่ยว

รวมลายแทงสถานที่ท่องเที่ยวทั่วโลก

บทความที่น่าสนใจ

แนะนำที่เที่ยว กำแพงเมืองจีน ประวัติ มีความเป็นมาอย่างไร?

แนะนำที่เที่ยว กำแพงเมืองจีนหรือมีอีกชื่อหนึ่งว่า The Great wall of China ถูกบรรจุอยู่ใน 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก ที่มนุษย์เคยสร้างขึ้น กำแพงเมืองจีนนั้นตั้งอยู่ทาง ตอนเหนือของประเทศจีน ในอดีตช่วงยุคเริ่มต้น เมื่อ 2000 กว่าปีก่อน ยุคแรกเริ่มกำแพงเมืองจีนนั้น ประชาชนชาวจีนส่วนใหญ่ เป็นชาวฮั่นที่อยู่บนที่ราบทางตอนกลาง จึงทำให้ทำการเกษตรและเลี้ยงสัตว์ได้ดี แต่ด้วยทางตอนเหนือนั้นสภาพภูมิประเทศไม่สามารถ เพาะปลูกอะไรได้เลย

ทำให้เกิดชนเผ่าเร่ร่อนมากมาย และด้วยความอดยากทำให้ชนเผ่าทางตอนเหนือนั้น มักจะโจมตีลงมาทางตอนใต้ที่เป็นที่ราบ ของชาวฮั่นอาศัยกันตามแคว้นต่างๆ ทำให้ต่อมาแคว้นต่างๆอย่าง ฉี , ฉู่ , เยียน , เว่ย , จ้าว , ฉิน ช่วยกันสร้าง

กำแพงในยุคเริ่มต้น ซึ่งกำแพงในส่วนของแคว้นฉีมีความเก่าแก่ที่สุด และยังมีความยาวถึง 5 กิโลเมตร เพื่อป้องกันชนเผ่าต่างๆทางตอนเหนือ ที่คอยบุกรุกรานชาวฮั่น ต่อมาในสมัยราชวงค์ฉินที่ได้ครอบครอง แคว้นต่างๆสำเร็จก็ได้เกณฑ์แรงงาน

ทาส นักโทษ ชาวบ้าน ในดินแดนต่างๆมาสร้างกำแพง ต่อเติมจากของเดิม กำแพงได้เชื่อมเข้ากับแคว้นจ้าว เยียน และแคว้นฉินเข้าด้วยกัน ความยาวนับหมื่นลี้จากตะวันตก จรดไปถึงตะวันออกของแคว้นเหลียวหนิง ทำให้ได้ชื่อกำแพงว่า

กำแพงหมื่นลี้ ต่อมายุคสมัยของราชวงค์ฮั่น ได้มีการซ่อมแซมและต่อเติมจากกำแพงเดิม จนได้ชื่อว่ายุคนี้เป็นยุคที่มีการ สร้างกำแพงที่ยาวที่สุดในประวัติศาสตร์จีน จนต่อมาในอีกหลายๆ ราชวงค์ที่พลัดเปลี่ยนกันปกครอง

ก็ได้มีการซ่อมแซมและสร้างเพิ่มเติม ตามเส้นทางการโจมตีของชนเผ่าทางเหนือ ที่เปลี่ยนไปตามกาลเวลา ด้วยความยาวของกำแพงเมืองจีน ทำให้การซ่อมแซมบูรณะ ต้องใช้กำลังคนและทรัพยากรเป็นจำนวนมาก บ้างส่วนจึงได้ถูกปล่อยให้เสื่อมสลายไปตามกาลเวลา จวบจนถึงในยุคปัจจุบันนี้ที่ถูก ปรับเปลี่ยนกำแพงเมืองจีนให้ไปในทางท่องเที่ยว ไม่เหมือนกับแต่ก่อนที่เป็นกลยุทธ์ทางการทหาร 

แนะนำที่เที่ยว

แนะนำที่เที่ยว กำแพงเมืองจีนความยิ่งใหญ่ สะท้อนภาพเรื่องราวในอดีตอย่างไร? 

กว่าความยิ่งใหญ่ของกำแพงเมืองจีน จะเด่นสง่าจนถึงทุกวันนี้ แต่ละช่วงยุคสมัยราชวงค์ต่างๆ เกณฑ์ไพร่พลจากที่ต่างๆมาสร้างกำแพง ด้วยความยากลำบาก ของภูมิประเทศที่เป็นภูเขา และระบบสาธารณูปโภคยังไม่เจริญ ทำให้มีคนงานเสียชีวิต

เป็นจำนวนมาก ยิ่งในสมัยของราชวงค์สุยเอง ที่ได้เกณฑ์แรงงานถึง 1 ล้านคน มาซ่อมแซมและสร้างเพิ่มเติม อีกทั่งการเร่งรีบ ในการก่อสร้างของแต่ละช่วงยุคสมัยอีกด้วย เพราะภายหลังมีการขุดค้น พบโครงกระดูกจำนวนมาก

อยู่ทางใต้ของกำแพงและโดยรอบ ทำให้เป็นหลักฐานการยืนยันได้ว่า เป็นโครงกระดูกจากแรงงานที่ก่อสร้างกำแพงแห่งนี้ หากมองในทัศนะปัจจุบัน นอกเหนือกำแพงเมืองจีนไปเอง ชนเผ่าต่างๆนั้นก็คือคนเหมือนกัน แค่ต้องการความอบอุ่น

จากที่ราบและอาหารเพื่อประทังชีวิตของตนเอง และด้วยความที่เรามองความเป็นมนุษย์ไม่เท่ากัน ทำให้เกิดการแบ่งแยกและ เกิดการต่อสู้กันยาวนานนับพันปี ถ้าเราลองคิดอีกมุมหนึ่ง ถ้าหากแคว้นต่างๆไม่สร้างกำแพงนี้

และปกครองแลกเปลี่ยนกับชนเผ่าต่างๆ อย่างเป็นธรรมกัน เท่านี้ความบาดหมางจะไม่ยืดยาวนับพันปี และกำแพงเมืองจีนแห่งนี้อาจจะไม่เกิดขึ้น ให้เราได้เห็นจนถึงปัจจุบันก็ว่าได้ แต่อย่างว่าเราไม่สามารถเอาความคิด ปัจจุบันไปตัดสินอดีตได้

กำแพงเมืองจีน ก็ถือว่าเป็นเครื่องหมายหนึ่ง ของความยิ่งใหญ่และความมั่งคั่ง ในอดีตแต่ละ      ราชวงค์ที่ความสนใจป้องกัน ทางตอนเหนือของตัวเอง หลังจากที่สามารถสยบปัญหาในแคว้นต่างๆ ถึงจะมีเวลาในการพัฒนากำแพง จึงทำให้กำแพงเมืองจีน เป็นมรดกทางประวัติศาสตร์ ของประเทศจีนที่มีคุณค่าอย่างมาก

กำแพงเมืองจีน สัญลักษณ์ หนึ่งในปัจจุบันเปลี่ยนไปอย่างไร?

จากอดีตที่เป็นเครื่องหมายทางการทหาร และเส้นแบ่งเขตแดนกั้นระหว่าง ชาวฮั่นและชนเผ่าทางตอนเหนือ ต่อมาเมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไป   กำแพงเมืองจีน จึงถูกพัฒนาให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยว ทางประวัติศาสตร์ ที่มีลักษณะที่โดดเด่น

เพราะมีจุดให้เยี่ยมชน จุดป้อมปราการต่างๆ     ที่ถูกสร้างในแต่ละราชวงค์ จะสามารถเห็นศิลปะในแต่ละยุคสมัย ผ่านสถาปัตยกรรมของป้อมปราการ ความยาวของกำแพงนั้น ยาวไกลไปเป็นหมื่นๆลี้ เรียกได้ว่าหากเดินเยี่ยมชมท่องเที่ยว

อาจต้องใช้เวลาหลายวันหน่อย ถึงจะครบตามระยะทางของกำแพง แต่กำแพงบ้างส่วนนั้นได้พังทลายลงตามกาลเวลา แต่ก็มีบ้างส่วนที่ได้รับการบูรณะทัน ทำให้ตั้งตระหง่านจนถึงปัจจุบัน กำแพงเมืองจีนมีความยาวถึง 21,196 กิโลเมตร

ครอบคลุมกว่า 15 มณฑลของจีนได้แก่ เหลียวหนิง เทียนจิน เหอเป่ย์ ปักกิ่ง เขตปกครองตนเองมองโกเลียใน ซ่านซี ส่านซี เขตปกครองตนเองหนิงเซี่ยหุย กานซู และชิงไห่ นับว่าเป็นการก่อสร้างในยุคโบราณ ที่ยิ่งใหญ่ไม่แพ้ชาติอื่นๆในโลก

ต้องยอมรับภูมิปัญญาและวิทยาการต่างๆของชาวจีนนั้น เจริญและเป็นต้นแบบของความเจริญ ในหลายๆอาณาจักรต่อมา ความสามารถของชาวจีนนั้น ทำให้ตนเองเข้มแข็งและทำในสิ่งที่ไม่มีใครคิดว่าจะทำได้ ขนาดอาณาจักรโรมที่ยิ่งใหญ่

ยังไม่สามารถสร้างกำแพงป้อมปราการ ที่มีความยาวได้ถึงกำแพงเมืองจีนเลย ทำให้เราเห็นความยิ่งใหญ่ และความงามของกำแพงที่ตั้งตระหง่าน อยู่ทางตอนเหนือของประเทศจีน

กำแพงเมืองจีน มี ป้อมปราการไหนน่าท่องเที่ยวบ้าง?

ป้อมปราการด่านที่เป็นที่นิยม เมื่อนักท่องเที่ยวเดินทางมายังประเทศจีน นั้นคือ ด่านปาต๋าหลิ่ง เพราะอยู่ใกล้กับกรุงปักกิ่ง เพียงเดินทางออกจากชานเมือง ก็พบกับป้อมปราการนี้โดยง่าย ที่นี้มีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย ทั้งอาหาร รถราง

กระเช้าที่พานักท่องเที่ยว ขึ้นไปชมป้อมปราการนี้ ที่ต้องอยู่บนเขา ทำให้เห็นวิวธรรมชาติที่สวยงาม กำแพงตั้งอยู่ตามสันเขาที่เป็นระลอกคลื่น จึงเป็นจุดเด่นเหมาะแก่การถ่ายรูปเก็บบรรยากาศ และสัมผัสกับอากาศเย็นสบายบนเทือกเขา

ด่านมู่เถียนยวี่  นั้นถือว่าเป็นด่านที่ได้รับการบูรณะที่สมบูรณ์ที่สุด อยู่ห่างจากกรุงปักกิ่งไป 50 กิโลเมตร จึงทำให้ความนิยมการมาท่องเที่ยวด่านนี้ น้อยกว่าด่านปาต๋าหลิ่ง แต่ที่นี้มีกิจกรรมที่ไม่เหมือนด่านอื่นนั้นก็คือ สไลด์เดอร์จากข้างบน

แนะนำที่เที่ยว

กำแพงลงมาทางด้านล่าง ด่านซือมาไถ่ ได้รับยกย่องว่าเป็นด่าน ที่สวยงามที่สุด เพราะวิวธรรมชาติในด่านนี้นั้น ช่างสวยงามเป็นอย่างมาก แสงพระอาทิตย์ที่กำลังลับขอบฟ้า ทำให้เห็นแสงที่สะท้อนตามทิวเขา ได้สวยงามอย่างมาก

อีกทั่งในด่านนี้ยังเห็นกำแพงแบบดั่งเดิมอยู่ เพราะยังไม่ได้รับการบูรณะที่สมบูรณ์ ด่านเจียนโค่ว ถือว่าเป็นด่านที่ท้าทายที่สุด เพราะยังไม่ได้รับการบูรณะ จึงยังไม่มีการเก็บค่าเข้า แต่ด้วยสภาพป้อมนี้เป็นภูเขาสูง จึงทำให้ยากต่อการเดินทางไปชม

ทำให้คนที่ชอบความท้าทาย มักพากันไปปีนเขาเพื่อเยี่ยมชมกำแพง ที่เป็นของดั่งเดิมอีกด้วย และด่านสุดท้ายที่นำมาเสนอนั้นคือ ด่านหวงฮวาเฉิง นับว่าเป็นด่่านที่บรรยากาศดีที่สุด เพราะมีทะเลสาบที่อยู่ท่ามกลางกำแพงอีกด้วย

อีกทั่งยังสามารถล่องเรือชมความงาม ของกำแพงเมืองจีนที่อยู่บนเขาได้อีกด้วย สถานที่นี้ยังไม่เป็นที่นิยมมาก หากใครชื่นชอบความเงียบสงบที่โอบล้อมด้วยธรรมชาติ ด่านนี้แนะนำเป็นอย่างมาก

กำแพงเมืองจีนให้ คุณค่ากับการมาเที่ยวอย่างไร?

ด้วยความงาม และเป็นสิ่งก่อสร้างขนาดใหญ่ ที่เกิดขึ้นท่ามกลางธรรมชาติ จึงทำให้ถูกจัดอยู่ใน 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก ทำให้เป็นที่รู้จักของคนทั่วทั้งโลก อีกทั่งยังถูกบรรจุเป็นมรดกของโลกอีกด้วย ควรค่าแก่การรักษาและศึกษา

ทั้งโครงสร้างและศิลปวัฒนธรรม เพื่อต่อยอดพัฒนาวิทยาการ ดั่งเช่นชาวฮั่นในอดีต ที่มักจะค้นพบสิ่งใหม่ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของมนุษย์ กำแพงเมืองจีน นั้นให้ประสบการณ์ท่องเที่ยวประวัติศาสตร์ ที่ทำให้ใครหลายคนจะไม่มีวันลืม

เพราะด้วยธรรมชาติที่ล้อมรอบ วิวทิวทัศน์ที่สวยงาม และมองเห็นได้ไกลจนสุดลูกหูลูกตา  แต่ด้วยกาลเวลา กำแพงเมืองจีนเอง ก็ต้องแบกรับขับสู้กับกาลเวลา เพราะความเสื่อมสลายของโครงสร้าง และธรรมชาติที่ต้องการเอาป้อม

ปราการคืนสู่ธรรมชาติ อย่างด่านเจียนโค่ว ถือว่าได้ถูกธรรมชาติกลืนเข้าสู่ระบบนิเวศน์ตามเดิม จึงทำให้ยากต่อการบูรณะซ่อมแซม ความยั่งยืนจีรังของวัตถุนั้น ย่อมเสื่อมสลายไปตามกาลเวลา เราไม่อาจะรู้ว่าอีก 10 ปีข้างหน้า

กำแพงเมืองจีน จะเหลือให้เราเยี่ยมชมได้ถึงกี่ด่านกัน นับว่าเป็นสิ่งหนึ่งที่เราควรพาตัวเอง ไปสัมผัสบรรยากาศกำแพงเมืองจีน ที่รายล้อมไปด้วยธรรมชาติที่สวยงาม จึงทำให้ มองว่า การที่ได้มาเที่ยวกำแพงเมืองจีนนั้น นับว่าเป็น

ประสบการณ์ที่ครั้งหนึ่งในชีวิตไม่ควรพลาด ที่จะมาเยี่ยมชมป้อมปราการ ในประวัติศาสตร์ที่คอยปกป้องชาวฮั่น มาได้นับพันปี ปัจจุบันก็ยังคงสวยงานและตระหง่านมั่นคงอยู่เช่นเดิม หากใครที่ชื่นชอบการท่องเที่ยวประวัติศาสตร์ เชิงอนุรักษ์ธรรมชาติ ไม่ควรพลาดที่จะมาเยี่ยมชมความงาม กำแพงเมืองจีน